แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 1 บทนำ
1. จงอธิบายถึงความหมายของการจักการศึกษาปฐมวัยตามความเข้าใจของนักศึกษา
ตอบ คือการบริการ การดูแลและการให้การศึกษาแก่เด็ก ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ขวบ
ตอบ คือการบริการ การดูแลและการให้การศึกษาแก่เด็ก ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ขวบ
2. ''เด็กปฐมวัยเป็นพื้นฐานของชีวิต'' จากคำกล่าวนี้จงอธิบายตามความเข้าใจของนักศึกษา
ตอบ ปฐมวัยหรือช่วงขวบปีแรกๆ ของชีวิต เป็นช่วงเวลาของการพัฒนาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก โดยเป็นช่วงวัยที่เด็กจะมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วทั้งทางสมอง การใช้ภาษา ทักษะทางสังคม ทางอารมณ์การเคลื่อนไหว เป็นช่วงวัยของการสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตและการเรียนรู้ต่อไปในชีวิต
3. เด็กปฐมวัยมีความสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ เด็กปฐมวัยเป็นวัยเริ่มต้นของชีวิตมนุษย์และนับเป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่ง เพราะเป็นช่วงวัยของการวางรากฐาน และ เตรียมตัวเพื่อชีวิตทั้งยังเป็นช่วงระยะที่เกิดการเรียนรู้มากที่สุดในชีวิตด้วย
4. เด็กปฐมวัยมีความสำคัญในการจัดการศึกษาและเรียนรู้อย่างไรจงอธิบาย
ตอบการศึกษาปฐมวัยนับเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาที่มีความสำคัญต่อการวางรากฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เสริมสร้างคุณลักษณะที่พึงประสงค์และยังมีความสำคัญต่อกระบวนการจัดการศึกษาและการพัฒนาประเทศ
5. จงอธิบายถึงจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาปฐมวัยตามความเข้าใจของนักศึกษา
ตอบ 1. เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางกายของเด็กอย่างเต็มที่ เพื่อจะได้เป็นพลเมืองไทยที่มี อนามัยสมบูรณ์ แข็งแรง
ตอบ 1. เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางกายของเด็กอย่างเต็มที่ เพื่อจะได้เป็นพลเมืองไทยที่มี อนามัยสมบูรณ์ แข็งแรง
2. เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางบุคลิกภาพ อารมณ์ และสังคมของเด็ก เพื่อให้เป็นผู้ใหญ่ที่มี สุขภาพสมบูรณ์ มีความเข้มแข็งทางจิตใจที่จะเผชิญอุปสรรคและอันตรายได้
3. เพื่อให้เด็กมีนิสัยขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย ประหยัด สะอาด
4. เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ด้านต่าง ๆ
5. เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างบ้านกับโรงเรียน หรือศูนย์เด็กก่อนวัยเรียนในการ ส่งเสริมพัฒนาการด้านต่าง ๆ ของเด็ก
6.เพื่อตระหนักในปัญหาความเบี่ยงเบนของพัฒนาการเสียแต่แรกและดำเนินการต่อไป
โดยเหมาะสม
6. จงอธิบายสรุปถึงการศึกษาปฐมวัยกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542
(ฉบับปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม 2545)
ตอบ รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างรอบด้านและมุ่งพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกคน ให้ได้รับการพัฒนาที่เหมาะสม เพื่อให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ เรียนรู้อย่างมีความสุข และพัฒนาเต็มตามศักยภาพ
7. จงอธิบายสรุปถึงนโยบายและแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย
ตอบ รัฐบาลได้กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย 0 – 5 ปี ดังนี้
ตอบ รัฐบาลได้กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย 0 – 5 ปี ดังนี้
1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540
2. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
4. นโยบายของรัฐบาล
3. แผนการศึกษาแห่งชาติ
5. หน่วยจัดบริการและพัฒนา
8. จงอธิบายถึงแนวคิดเกี่ยวกับพัฒนาการกับการจักการศึกษาปฐมวัย
ตอบ พัฒนาการของมนุษย์เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวมนุษย์เริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิ ต่อเนื่องไปจนตลอดชีวิต ซึ่งครอบคลุมการเปลี่ยนแปลงในเชิงปริมาณและคุณภาพ พัฒนาการทางด้าน ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา จะมีความสัมพันธ์และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นล าดับ ขั้นตอนไปพร้อมกันทุกด้าน เด็กแต่ละคนจะเติบโตและมีลักษณะพัฒนาการแตกต่างไปตามวัย โดยที่ พัฒนาการเด็กปฐมวัยบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวเด็กอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัย เริ่มตั้งแต่ ปฏิสนธิจนถึงอายุ 5 ปี
9. จงอธิบายถึงแนวคิดเกี่ยวกับการเล่นของเด็กกับการจักการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การเล่นถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญในชีวิตของเด็กทุกคน เด็กจะรู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน ได้สังเกต มีโอกาสได้ทดลอง สร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหาและค้นพบด้วยตนเอง การเล่นจะมี อิทธิพลและมีผลดีต่อการเจริญเติบโต ช่วยพัฒนาร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา ระหว่างที่ เล่นเด็กมีโอกาสเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ได้ใช้ประสาทสัมผัส และการรับรู้ ผ่อนคลายอารมณ์ และแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง เรียนรู้ความรู้สึกของผู้อื่น การเล่นจึงเป็นทางที่เด็กจะสร้าง ประสบการณ์เรียนรู้สิ่งแวดล้อม เรียนรู้ความเป็นแบบอย่างของผู้อื่น สร้างความสัมพันธ์และอยู่ร่วมกับ ผู้อื่นกับธรรมชาติรอบตัว ดังนั้นหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย จึงถือว่า “การเล่น” อย่างมีจุดมุ่งหมายเป็น หัวใจส าคัญของการจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัย
10. จงอธิบายแนวคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมและสังคมกับการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ บริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่หรือสภาพแวดล้อมรอบตัวเด็ก ท าให้เด็กแต่ละคนแตกต่างกันไป หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยทั่วไปจึงเน้นว่า ผู้สอนจ าเป็นต้องเข้าใจและ ยอมรับว่าวัฒนธรรมและสังคมที่แวดล้อมตัวเด็กมีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพและ พัฒนาการของเด็กแต่ละคน ผู้สอนควรต้องเรียนรู้บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของเด็กที่ตน 16 รับผิดชอบ เพื่อช่วยให้เด็กได้พัฒนา เกิดการเรียนรู้ และอยู่ในกลุ่มคนที่มาจากพื้นฐานที่เหมือนหรือต่าง จากคนอื่นได้อย่างราบรื่น มีความสุข
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 2 แนวคิดและทฤษฎีทางการศึกษา
1. จงอธิบายถึงแนวคิดของคอมมิวนิอุสในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศึกษาปฐมวัย
ตอบ เขาเชื่อว่าครูที่มีความสามารถ จะสามารถทำให้เด็กอยากเรียนโดยไม่มีการบังคับในด้านเนื้อหา แนวความคิดในการจัดการเรียนการสอนของเขาคือ การให้เด็กปฏิบัติจริง คือ “สอนให้เรียนรู้โดยการเขียน ร้องเพลงโดย การร้องเพลง และการใช้เหตุผลโดยการหาเหตุผล”
2. จงอธิบายถึงแนวคิดของรุสโซในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศึกษาปฐมวัย
ตอบ รุสโซเชื่อว่าการศึกษาเริ่มตั้งแต่แรกเกิดและต่อเนื่องจนถึงอายุ 25 ปี เด็กเล็กสามารถ เรียนรู้โดยธรรมชาติของเด็กเอง ไม่ต้องควบคุม ไม่ต้องกำกับ เป็นอิสระของเด็กที่เด็กสามารถควบคุมตนเอง ในแนวคิดของรุสโซมีความเห็นว่า การให้การศึกษาแก่เด็กต้องขึ้นกับธรรมชาติของเด็ก และ ความสนใจ เด็กเกิดมามีธาตุแห่งความดี และบริสุทธิ์ เด็กสามารถเจริญเติบโตได้โดยไม่ต้องดัดหรือ บังคับ เด็กสามารถเรียนรู้ได้เองโดยธรรมชาติ
3. จงอธิบายถึงแนวคิดของเปสตาลอซซี่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศึกษาปฐมวัย
ตอบ เเนวคิดคนทุกคนไม่ว่ารวยดีมีจนมีสิทธิที่จะได้รับการศึกษา และได้รับการช่วยเหลือเพื่อการ พัฒนาคุณธรรม และศักยภาพทางปัญญาอย่างเท่าเทียมกัน เขาเชื่อว่า การเรียนรู้ตามธรรมชาติไม่เพียงพอสำหรับเด็ก ต้องมีการจัดการศึกษาที่เหมาะกับเด็ก ตามความแตกต่างของเด็กแต่ละบุคคลด้วย และการจัดการศึกษาให้กับเด็กเขาได้เขียนหนังสือ Book for Mothers โดยเน้นว่าแม่เป็นครูที่สามารถสอนได้ดีที่สุด
4. จงอธิบายถึงแนวคิดในการจัดตั้ง “โรงเรียนสวนเด็ก” ของโฟรเบล
ตอบ ฟรอเบลมีความเห็นว่า โรงเรียนอนุบาลหรือสวนเด็ก คือ ตัวกลางเชื่อมความสัมพันธ์บ้าน และโรงเรียน ดังนั้นโรงเรียนอนุบาลจำเป็นต้องมีการจัดระบบการเรียน การจัดกิจกรรมสำหรับเด็ก แผนการจัดการเรียนการสอน ที่มุ่งถึงการพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กที่สร้างเสริมพัฒนาการและความ พร้อมในการเรียนขั้นสูงต่อไป ดังนั้นการเรียนการสอนในโรงเรียนอนุบาลจะต้องประกอบด้วย
1. การเล่น
2. กิจกรรมพัฒนาการทักษะโดยใช้สื่อการศึกษาต่าง ๆ เช่น วัสดุรูปทรงเรขาคณิตต่าง ๆ
ซึ่งเรียกว่า “gift”
3. กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ได้แก่ วาดภาพ ทำการฝีมือ พับกระดาษ
4. กิจกรรมร้องเพลง เล่นเกม เล่นบล็อก
5. จงอธิบายถึงแนวคิดในการจัดการศึกษาปฐมวัยของมอนเตสซอรี่
ตอบ 1. ทฤษฎีความเป็นอิสระในการเลือกกิจกรรม มอนเตสซอรี่เสนอว่า ครูควรเปลี่ยนบทบาทจากผู้ที่มีหน้าที่ในการสอนแต่อย่างเดียวมาเป็นผู้สังเกตการณ์ (observer) และผู้จัดหาอุปกรณ์ และอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้เด็ก (facilitator) และคอยสังเกตดูว่าเด็กจะทำอะไรบ้าง
2. ความเชื่อในเรื่อง “อิสรภาพทางการศึกษา” (auto education) โดยเน้นให้ผู้เรียนมี อิสระในการเลือกกิจกรรมที่ตนสนใจ เธอได้เสนออุปกรณ์การศึกษาให้เด็กได้เล่น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ “อุปกรณ์ทางการศึกษา (didactic materials)” ในปัจจุบัน
3. การฝึกการรับรู้ การฝึกการรับรู้ควรเป็นทักษะเบื้องต้นของการอ่าน การเขียน และการสอนคำ 4. ควรให้การศึกษาแก่พ่อแม่ การให้การศึกษาแก่พ่อแม่ควรเป็นสิ่งที่ส าคัญในการศึกษา แก่เด็ก โดยให้พ่อแม่มีความรู้ด้านสุขภาพอนามัย วิธีการในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก ฯลฯ
6. จงอธิบายถึงแนวคิดในการจัดการศึกษาปฐมวัยของดิวอี้
ตอบ 1. การศึกษาไม่ใช่เป็นการเตรียมการเพื่อชีวิต แต่เป็นกระบวนการต่อเนื่องตลอดชีวิต (Education is life long process)
2. การเรียนรู้จะเป็นผลผลิตจากการท ากิจกรรมซึ่งจะแสดงถึงความสนใจของเด็ก โดยเน้น “การให้เด็กเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้”
3. การให้อิสรภาพในการเรียนจะเป็นพื้นฐานของพัฒนาการการดำรงชีวิตแบบ ประชาธิปไตย
7.การนำแนวคิดด้านความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไรจงอธิบาย
ตอบ ในการพัฒนามนุษย์นั้น ควรยึดหลักการสนองความต้องการของเด็กเพื่อได้ สามารถพัฒนาได้ตรงตามศักยภาพในตัวของเขา ผู้บริหาร ครูผู้สอน และคนอื่น ๆ ควรทำความเข้าใจ เพื่อที่จะได้จัดการศึกษา กระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมิน ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจากทฤษฎี ของมาสโลว์ให้พื้นฐานความเกี่ยวข้องกับเด็กว่า ในการพัฒนามนุษย์นั้น ควรยึดหลักการสนองความต้องการของเด็กเพื่อได้สามารถพัฒนาได้ตรงตามศักยภาพในตัวของเขา
8. การนำแนวคิดด้านพัฒนาการทางสติปัญญาไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ การนำแนวความคิดจากทฤษฎีพัฒนาการด้านสติปัญญามาใช้ใน การจัดประสบการณ์ในระดับปฐมวัย ได้มีการจัดโปรแกรมการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย โดยนำ แนวความคิดจากทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา ผลของการจัดพบว่า เด็กมีความคิดเห็นที่ เปิดกว้างเป็นอิสระ เด็กเรียนรู้วิธีการคิดมากกว่าการจำเนื้อหา เด็กแต่ละคนมีความก้าวหน้าที่มี ลักษณะเฉพาะ ลักษณะของการจัดประสบการณ์โดยยึดทฤษฎีนี้ โดยมากจัดกิจกรรม การเรียนรู้ในรูปการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การต่อบล๊อก บทบาทสมมติ การต่อภาพ งานศิลปะ และการใช้วัสดุ
9. การนำแนวคิดด้านพัฒนาการทางบุคลิกภาพไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไร จงอธิบาย ตอบ การนำแนวความคิดจากทฤษฎีพัฒนาการบุคลิกภาพมาใช้ในการจัด ประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย ควรจัดสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้เป็นสิ่งแปลกใหม่และน่าตื่นเต้นสำหรับ เด็กให้เกิดความพึงพอใจในประสบการณ์นั้น จะทำให้บุคลิกภาพของเด็กปฐมวัยสามารถพัฒนาได้ดีและ เหมาะสมที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต 10. การนำแนวคิดด้านพัฒนาการทางสังคมไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไร จงอธิบาย ตอบ การนำแนวความคิดจากทฤษฎีพัฒนาการบุคลิกภาพมาใช้ในการจัด ประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย ควรจัดสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้เป็นสิ่งแปลกใหม่และน่าตื่นเต้นสำหรับ เด็กให้เกิดความพึงพอใจในประสบการณ์นั้น จะทำให้บุคลิกภาพของเด็กปฐมวัยสามารถพัฒนาได้ดีและ เหมาะสมที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 3 การศึกษาปฐมวัยในต่างประเทศ
1.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษ
ตอบ เน้น การเรียนรู้ด้วยตนเอง ให้เด็กสังเกตสิ่งรอบตัว ทำให้เด็กเกิดความอยากรู้อยากเห็น เเล้วนำไปสู่การพัฒนาสติปัญญา
2. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศสหรัฐอเมริกา ตอบ ในโปรแกรมการเรียนของเด็กในแต่ละวัน จะมีช่วงเวลานานพอเพียงสำหรับให้เด็กมีโอกาส ไปสังเกตหรือศึกษาสิ่งที่ตัวเองสนใจ กิจกรรมภาระและการเคลื่อนไหวต่างๆ และยังได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น เน้นการทำกิจกรรม
3. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในอัลเบอร์ตา เเคนาดา ตอบ การสร้างความมั่นใจ และความรู้สึกมี คุณค่าของตนให้แก่เด็ก โดยประสานความร่วมมือ ระหว่างผู้ปกครองคณะทำงานและชุมชนในการจัดกิจกรรมให้เด็กมีพัฒนาการโดยรวมในจะสร้างบุคลิกลักษณะของตน จะได้พัฒนาทั้งทางด้านร่างกายสติปัญญาและสังคม
4. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศเม็กซิโก ตอบ เน้นความสำคัญที่ครูจะต้องรู้จักเด็กทุกคนและคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ความสำคัญคือจะต้องอยู่กันเป็นกลุ่มจัดกิจกรรมให้มีการพัฒนาสติปัญญาเจตคติ และทักษะสัมพันธ์ให้มีความสมดุลกันในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแสดงออกอย่างมีสระ
5. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในอิสราเอล ตอบ ยึดหน้าเป็นหลักประเพณีดั้งเดิม การจัดการศึกษาปฐมวัยคือ การจัดเกาะสำหรับเด็กที่บิดามารดาลี้ภัยได้มีโอกาสรับรู้ถึงวัฒนธรรมฮิบรูพื้นเมือง ที่มีโอกาสฟื้นฟูขึ้นใหม่อย่างช้าๆ เด็กประถม 1 เกือบทุกคนจะพูดภาษาฮิบรูได้อย่างคล่องแคล่ว เรียนรู้จักความต้องการของเด็กและสิ่งแวดล้อม ที่เตรียมเอาไว้ให้
6. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศญี่ปุ่น ตอบ เด็กๆชอบเลียนแบบพ่อแม่และพยาบาลที่ชอบดูแลตนอยู่ ผู้ใหญ่จึงควรต้องประพฤติตนให้ถูกเสมอเขามีความเชื่อว่า จุดประสงค์ ของการศึกษาปฐมวัยนั้น ได้แก่การปลูกฝังให้เด็กมีคุณธรรมตามหลักพุทธศาสนา
7. จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษกับประเทศสหรัฐอเมริกา ตอบ การศึกษาของสองประเทศนี้ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก เพียงแต่ของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
8. จงเปรียบเทียบการจัดการเรียนการสอนปฐมวัยในประเทศเม็กซิโกกับอิสราเอล ตอบ แตกต่างกันของเม็กซิโกจะเน้นให้ครูรู้จักเด็กทุกคน และคำนึงถึงความแตกต่าง ส่วนของอิสราเอลจะเน้นประเพณีดั้งเดิม ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมฮิปรูพื้นเมือง
9. จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในอัลเบอร์ตา แคนาดากับประเทศญี่ปุ่น ตอบ ของอัลเบอร์ตา เเคนาดา จะเน้นความมั่นใจในตัวเองและความรู้สึกมีคุณค่าของตน แต่ของญี่ปุ่นจะเน้นให้เด็กเลียนแบบพ่อแม่ผู้ใหญ่ และปลูกฝังให้เด็กมีคุณธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา
10. ท่านคิดว่าการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศไทยที่สามารถจัดได้อย่างดีและเหมาะสม ตอบ คิดว่าการจัดการเรียนการสอนของอังกฤษ เพราะเน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองให้เด็กสังเกตสิ่งรอบตัวและนำไปสู่การพัฒนาสติปัญญาของตัวเด็กเอง
2. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศสหรัฐอเมริกา ตอบ ในโปรแกรมการเรียนของเด็กในแต่ละวัน จะมีช่วงเวลานานพอเพียงสำหรับให้เด็กมีโอกาส ไปสังเกตหรือศึกษาสิ่งที่ตัวเองสนใจ กิจกรรมภาระและการเคลื่อนไหวต่างๆ และยังได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น เน้นการทำกิจกรรม
3. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในอัลเบอร์ตา เเคนาดา ตอบ การสร้างความมั่นใจ และความรู้สึกมี คุณค่าของตนให้แก่เด็ก โดยประสานความร่วมมือ ระหว่างผู้ปกครองคณะทำงานและชุมชนในการจัดกิจกรรมให้เด็กมีพัฒนาการโดยรวมในจะสร้างบุคลิกลักษณะของตน จะได้พัฒนาทั้งทางด้านร่างกายสติปัญญาและสังคม
4. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศเม็กซิโก ตอบ เน้นความสำคัญที่ครูจะต้องรู้จักเด็กทุกคนและคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ความสำคัญคือจะต้องอยู่กันเป็นกลุ่มจัดกิจกรรมให้มีการพัฒนาสติปัญญาเจตคติ และทักษะสัมพันธ์ให้มีความสมดุลกันในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแสดงออกอย่างมีสระ
5. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในอิสราเอล ตอบ ยึดหน้าเป็นหลักประเพณีดั้งเดิม การจัดการศึกษาปฐมวัยคือ การจัดเกาะสำหรับเด็กที่บิดามารดาลี้ภัยได้มีโอกาสรับรู้ถึงวัฒนธรรมฮิบรูพื้นเมือง ที่มีโอกาสฟื้นฟูขึ้นใหม่อย่างช้าๆ เด็กประถม 1 เกือบทุกคนจะพูดภาษาฮิบรูได้อย่างคล่องแคล่ว เรียนรู้จักความต้องการของเด็กและสิ่งแวดล้อม ที่เตรียมเอาไว้ให้
6. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศญี่ปุ่น ตอบ เด็กๆชอบเลียนแบบพ่อแม่และพยาบาลที่ชอบดูแลตนอยู่ ผู้ใหญ่จึงควรต้องประพฤติตนให้ถูกเสมอเขามีความเชื่อว่า จุดประสงค์ ของการศึกษาปฐมวัยนั้น ได้แก่การปลูกฝังให้เด็กมีคุณธรรมตามหลักพุทธศาสนา
7. จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษกับประเทศสหรัฐอเมริกา ตอบ การศึกษาของสองประเทศนี้ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก เพียงแต่ของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น
8. จงเปรียบเทียบการจัดการเรียนการสอนปฐมวัยในประเทศเม็กซิโกกับอิสราเอล ตอบ แตกต่างกันของเม็กซิโกจะเน้นให้ครูรู้จักเด็กทุกคน และคำนึงถึงความแตกต่าง ส่วนของอิสราเอลจะเน้นประเพณีดั้งเดิม ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมฮิปรูพื้นเมือง
9. จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในอัลเบอร์ตา แคนาดากับประเทศญี่ปุ่น ตอบ ของอัลเบอร์ตา เเคนาดา จะเน้นความมั่นใจในตัวเองและความรู้สึกมีคุณค่าของตน แต่ของญี่ปุ่นจะเน้นให้เด็กเลียนแบบพ่อแม่ผู้ใหญ่ และปลูกฝังให้เด็กมีคุณธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา
10. ท่านคิดว่าการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศไทยที่สามารถจัดได้อย่างดีและเหมาะสม ตอบ คิดว่าการจัดการเรียนการสอนของอังกฤษ เพราะเน้นการเรียนรู้ด้วยตนเองให้เด็กสังเกตสิ่งรอบตัวและนำไปสู่การพัฒนาสติปัญญาของตัวเด็กเอง
แบบฝึกหัดท้ายบทที่4การศึกษาปฐมวัยในอดีตเเละปัจจุบันของไทย
1. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในช่วงไม่มีระบบโรงเรียน
ตอบ ในยุคก่อนมีการจัดการศึกษาปฐมวัยมานานแล้ว ยุคกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี เป็นต้นมา หากแต่การจัดการศึกษาปฐมวัยในยุคนั้น ไม่ได้มีการจัดดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม จนกระทั่งยุคแห่งการปฏิรูปบ้านเมืองในรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์จึงได้มีการจัดการศึกษาปฐมวัยอย่างเป็นรูปธรรมขึ้น
2. จงอธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตอบ ปัจจัยที่ทำให้ที่ทำให้เกิดการปฏิรูป คือ
(1.) ปัจจัยทางด้านการคุกคาม เพื่อความปลอดภัยของบ้านเมือง จึงต้องปรับเปลี่ยนให้เป็นแบบสมัยใหม่
(2.) ปัจจัยทางด้านสติปัญญาและแนวคิดตามแบบตะวันตก อันเป็นผลมาจากการติดต่อค้าขายกับต่างชาติ จึงทำให้เกิดการเผยแพร่ความรู้และวิทยาการต่างๆตามแนวคิดแบบตะวันตก
(3.) ปัจจัยจากที่พระองค์เสด็จประพาสต่างประเทศ
ทรงสนพระทัยเยี่ยมชมกิจการด้านต่างๆของต่างประเทศและทรงนำแบบอย่างมาเป็นแนวทางการศึกษา
(4.) ปัจจัยด้านการเลิกทาสและยกเลิกระบบไพร่ ทำให้ราษฎรต้องทำมาหากินเองและจำเป็นต้องมีความรู้เพื่อดำรงชีพ
(5.) ปัจจัยทางด้านความต้องการคนเข้ารับราชการ เนื่องจากมีการปรับปรุงด้านการปกครอง จึงต้องการข้าราชการไปปฏิบัติงาน จึงจำเป็นต้องจัดการศึกษาเพื่อสนองความต้องการของบ้านเมือง
3. จงอธิบายถึงวิชาหรือเนื้อหาสาระ 10 อย่างของโรงเลี้ยงเด็ก พ.ศ.2433
ตอบ วิชาหรือเนื้อหาสาระที่เด็กต้องเรียนรู้ไว้ 10 ประการ ได้แก่
(1.) อ่านหนังสือออก เขียนได้ (2.) คิดเลขเป็น
(3.) รู้จักรักษาอิริยาบถ (4.) หุงข้าวเป็นต้มแกงเป็น
(5.) เย็บผ้าเป็น (6.) ขึ้นต้นไม้เป็น
(7.) ว่ายน้ำเป็น (8.) ปลูกกระท่อม สร้างที่อยู่เป็น
(9.) รู้จักปลูกต้นไม้ (10.) รู้จักเลี้ยงสัตว์
ทั้ง 10 วิชานี้เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เป็นวิชาชีพเพื่อการดำรงชีวิต
4. การจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในโครงการศึกษา พ.ศ.2441 แบ่งออกเป็นกี่ระดับจงอธิบาย
ตอบ การจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในโครงการศึกษา พ.ศ.2441 เเบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ
- การเล่าเรียนเบื้องแรก (มูลศึกษา)
- การเล่าเรียนเบื้องต้น (ประถมศึกษา)
- การเล่าเรียนเบื้องกลาง (มัธยมศึกษา)
- การเล่าเรียนเบื้องสูง (อุดมศึกษา)
5. ในยุคเริ่มต้นของการจัดอนุบาลเอกชน พ.ศ.2454-2470 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ พ.ศ.2454-2470 เป็นยุคเริ่มก่อตัวของอนุบาลเอกชน ในช่วงนี้กลุ่มมิชชั่นนารีได้เข้ามาจัดตั้งโรงเรียนขึ้นในประเทศไทย ทำให้มีการเปิดเผยแผนกอนุบาลขึ้นในโรงเรียนเอกชนหลายแห่ง
6. การจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลละอองอุทิศมีความเป็นมาอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ ในปี พ.ศ.2482 กระทรวงศึกษาธิการได้มีดำริให้กรมฝึกหัดครูเตรียมการเปิดสอนอนุบาลของรัฐ จึงมีการเตรียมโดยการจัดส่งบุคลากรไปดูงานด้านอนุบาลศึกษาที่ต่างประเทศและนำแนวคิดที่ได้กลับมาดำเนินการจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลของรัฐขึ้น ความเคลื่อนไหวทางการศึกษาปฐมวัยครั้งสำคัญ จึงเกิดขึ้นในปีพ.ศ.2483 คือ ได้มีการเปิดโรงเรียนอนุบาลแห่งแรกของรัฐขึ้นในจังหวัดพระนคร ชื่อว่า โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ
7. แผนการศึกษาชาติฉบับ พ.ศ 2503 แบ่งการศึกษาออกเป็นกี่ระดับ จงอธิบาย
ตอบ แผนการศึกษาฉบับ พ.ศ.2503 แบ่งการศึกษาออกเป็น 4 ระดับ คือ
- อนุบาลศึกษา
- ประถมศึกษา
- มัธยมศึกษา
- อุดมศึกษา
8. ในปี พ.ศ.2523 กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการจัดตั้งหน่วยงานใดให้รับผิดชอบการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา จงอธิบาย
ตอบ ในปี พ.ศ.2523 กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการประกาศตั้งสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ จัดนโยบายของรัฐที่กำหนดไว้ในแผนการศึกษาแห่งชาติ แผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยจัดทำเป็นโครงการส่งเสริมการศึกษาในท้องถิ่น โครงการจัดชั้นเด็กเล็กในโรงเรียนประถมศึกษา โครงการวิจัยพัฒนาการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา เพื่อเป็นตัวอย่างและเป็นการศึกษาวิจัย
9. หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2546 มีความเป็นมาอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ กระทรวงศึกษาธิการได้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยขึ้นใหม่ เพื่อได้หลักสูตรที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 และได้มีการเปลี่ยนชื่อจากหลักสูตรก่อนประถมศึกษาเป็นหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย เพื่อสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ภายใต้ชื่อว่า "หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2546"
10. จงวิเคราะห์ถึงการศึกษาปฐมวัยของไทยตามความรู้ความเข้าใจของนักศึกษา
ตอบ การศึกษาปฐมวัยของไทยเริ่มด้วยการมีจุดมุ่งหมายเพื่อเตรียมความพร้อมของเด็กก่อนเข้าชั้นประถม ซึ่งตอนแรกยังไม่มีหลักสูตรหรือแบบแผน แต่ต่อมาก็มีการพัฒนาการที่ดีขึ้น
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 5 รูปเเบบการศึกษาปฐมวัย
1.จงอธิบายถึงจุดมุ่งหมายในการจัดสถานศึกษาระดับปฐมวัย
ตอบ สถานศึกษาระดับปฐมวัย จัดขึ้นเพื่ออบรมเลี้ยงดูและเตรียมความพร้อมให้แก่เด็กที่อยู่ในวัยก่อนเรียน เพื่อช่วยพัฒนาเด็กให้มีความงอกงามทั้ง 4 ด้าน เพื่อฝึกเด็กให้มีระเบียบวินัย เพื่อปลูกฝังนิสัยอันดีงามแก่เด็ก ฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเอง เป็นต้น
2. จงอธิบายถึงแนวคิดในการเลือกรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ แนวคิดในการเลือกรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยนั้นขึ้นอยู่กับความเชื่อและความรู้ในด้านการศึกษาปฐมวัยที่จะต้องดำเนินการจัดเพื่อส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ โดยที่นักการศึกษาปฐมวัยและนักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับเด็กต้องคำนึงถึงและนำไปปฏิบัติเพื่อให้การจัดการศึกษาปฐมวัยมีประสิทธิภาพในสังคม
3. จงอธิบายถึงรูปแบบของการจัดการศึกษาปฐมวัย ตามแนวคิดของเยาวพา เดชะคุปต์ ทั้ง 9 รูปแบบ
ตอบ (1.) โรงเรียนอนุบาล จัดขึ้นสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 3-7 ปี การจัดการศึกษาอนุบาลจะเน้นการจัดสภาพแวดล้อม มุ่งพัฒนาให้เด็กเจริญเติบโตในด้านต่างๆ
(2.) สถานบริบาล เป็นโครงการที่จัดขึ้นสำหรับเด็กวัย 2-5 ปี เพื่อหาวิธีพัฒนาเด็กอย่างถูกวิธี โดยส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน
(3.) โรงเรียนสำหรับเด็กก่อนวัยเข้าเรียน เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อเน้นพัฒนาการด้านอารมณ์และเสริมสร้างกิจกรรมเฉพาะด้านโดยเน้นรูปของกิจกรรมการเล่น
(4.) ศูนย์เลี้ยงเด็กกลางวัน ศูนย์ที่ให้บริการเลี้ยงดูเด็กอายุตั้งแต่เเรกเกิดจนถึง 4 ปี เพื่อสนองความต้องการของผู้อพยพเข้ามาในประเทศสหรัฐอเมริกาและพ่อแม่ที่มีความจำเป็นต้องออกไปทำงานนอกบ้าน
(5.) บ้านรับเลี้ยงเด็ก จัดทำขึ้นที่บ้านซึ่งจัดขึ้นสำหรับรับเลี้ยงเด็กตั้งแต่เเรกเกิดจนถึง 3-4 ปี ซึ่งต้องมีใบอนุญาตจัดตั้ง
(6.) โครงการเฮดสตาร์ท โครงการสำหรับเด็กที่ครอบครัวยากจน เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสพัฒนาเท่าเทียมกับเด็กอื่นๆ รับเด็กที่มีอายุก่อนเข้าเรียนราวๆ 4 ปี
(7.) ศูนย์แม่และเด็ก จัดขึ้นเพื่อให้การศึกษาแก่เด็กที่มาจากครอบครัวยากจนและให้การศึกษาแก่แม่และเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี
(8.) โครงการโฮมสตาร์ท โครงการที่จัดขึ้นสำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวยากจน โดยเน้นให้การศึกษาแก่พ่อแม่และเด็กที่บ้าน
(9.) โครงการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ ให้การศึกษาแก่พ่อแม่เกี่ยวกับพัฒนาการและการอบรมเลี้ยงดู
4. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบโรงเรียน
ตอบ การจัดการศึกษามีเป้าหมายหลักอยู่ที่เด็กอายุระหว่าง 3-6 ปี เป็นการจัดการศึกษาที่มุ่งส่งเสริมพัฒนาการเด็ก มีรูปแบบการจัด 2 ลักษณะ คือ
- ชั้นอนุบาล เป็นการจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการครบทุกด้าน
- ชั้นเตรียมประถมศึกษาหรือชั้นเด็กเล็ก เป็นการจัดการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กก่อนเข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา
5. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก
ตอบ ในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก หรือสถานรับเลี้ยงเด็กนั้นมีเป้าหมายหลักอยู่ที่เด็กปฐมวัยที่มีอายุตั้งแต่เเรกเกิด - 6 ปี ที่ด้อยฐานะและเศรษฐกิจทางสังคม เป้ากมายในการดำเนินงานมีดังนี้
- เพื่อส่งเสริมพัฒนาการและเตรียมความพร้อมให้กับเด็ก
- เพื่อปลูกฝังสุขนิสัยที่ดีและปรับตัวเข้ากับสังคมนอกบ้าน
- เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจพ่อแม่ผู้ปกครองเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กการอบรมเลี้ยงดูเด็กอย่างถูกวิธี
- เพื่อให้องค์กรท้องถิ่นและครอบครัวมีบทบาทให้การพัฒนาและมีส่วนร่วมในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก
- เพื่อแบ่งเบาภาระการอบรมเลี้ยงดูเด็กของพ่อแม่
6. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบอื่น
ตอบ เนื่องจากมีเด็กบางกลุ่มที่ไม่มีโอกาสเข้ารับบริการ การอบรมเลี้ยงดูจากโรงเรียนหรือศูนย์พัฒนาเด็ก จึงมีการจัดกิจกรรมที่จัดเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยในรูปแบบอื่นๆ เช่น การพัฒนาเด็กโดยหน่วยงานพัฒนาเด็กเคลื่อนที่ ซึ่งจัดกิจกรรมการให้ความรู้ความเข้าใจแก่พ่อแม่ผู้ปกครองด้วยวิธีสาธิต ฝึกอบรมการเลี้ยงดูเด็กตามหลักวิชาการแผนใหม่ ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการครบทุกด้าน
7. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในระบบโรงเรียนอนุบาล
ตอบ รูปแบบการจัดโรงเรียนอนุบาล เพื่อเป็นการจัดการศึกษาปฐมวัยเพื่ออบรมเลี้ยงดูเด็กให้มีพัฒนาการทั้งร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาด้วยการจัดประสบการณ์โดยวิธีการเล่นปนเรียน เน้นอุปกรณ์ของจริงให้เด็กได้มีส่วนร่วมกิจกรรมในกระบวนการเรียนการเล่น ทั้งกลุ่มและร่ยบุคคล โดยมีการวางแผนในการดำเนินการจัดการศึกษาปฐมวัยอย่างเป็นระบบ
8. จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก
ตอบ หน่วยงานภาครัฐ มีการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็กดังนี้
- ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด เพื่ออบรมเลี้ยงดูกล่อมเกลานิสัย โดยปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม และประเพณีอันดีงามของไทยให้แก่เด็กตั้งเเต่เยาว์วัย
- สถานสงเคราะห์เด็กก่อนวัยเรียน จัดโดยกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายเเดน
- สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนของกรมประชาสงเคราะห์ ให้การเลี้ยงดูเด็กที่มีปัญหาการเลี้ยงดูจากพ่อแม่หรือเด็กพิการ
- ศูนย์พัฒนาเด็กของกรมพัฒนาชุมชน โดยสนับสนุนให้ชุมชนจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในตำบล หมู่บ้าน เพื่อรับเลี้ยงเด็กระหว่าง 3-6 ปี
- สถานรับเลี้ยงเด็กกลางวัน ให้บริการเด็กอายุ 2 ปี 6 เดือนจากครอบครัวยากจนและขาดสารอาหารเพื่อให้บริการด้านสุขภาพอนามัย
- สถานเลี้ยงเด็กกลางวันของสำนักสวัสดิการสังคม ให้บริการเด็กอายุ 3-6 ปี ในชุมชนแออัดและเขตรอบนอก
- บ้านเด็กสาธิตของมหาวิทยาลัย จัดบริการอบรมเลี้ยงดูเด็กวัย 2-3 ปี จัดขึ้นเพื่อเป็นแหล่งศึกษาเกี่ยวกับความเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก
หน่วยงานภาคเอกชน มีการดำเนินงาน 2 ลักษณะ คือ
- ศูนย์เด็กขององค์การจัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลงาและสงเคราะห์เด็ก
- ศูนย์เด็กหรือสถานรับเลี้ยงเด็กของเอกชน จัดบริการเพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง
9. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบการศึกษาอื่นๆ
ตอบ หน่วยงานภาครัฐ มีการให้บริการความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กแก่พ่อแม่ผู้ปกครอง เช่น กิจกรรมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเคลื่อนที่
ภาคเอกชนหรือองค์กรเอกชน มีบทบาทในการพัฒนาเด็กและได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้จัดตั้งสภาองค์การพัฒนาเด็ก เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในภาคเอกชน
10. จงอธิบายถึงการดำเนินการและลักษณะของโรงเรียนอนุบาล
ตอบ โรงเรียนอนุบาลมีรูปแบบการดำเนินการในรูปแบบของโรงเรียนอนุบาลของรัฐที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ แและรูปแบบของงโรงเรียนอนุบาลของเอกชน อยู่ในความดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนกระทรวงศึกษาธิการ เอกชนเป็นผู้รับผิดชอบ
ลักษณะของโรงเรียนอนุบาล คือขนาดของโรงเรียนที่จะสามารถอบรมเลี้ยงดูเด็กให้ถูกต้องตามหลัดได้ง่ายอาจแบ่งขนาดตามจำนวนเด็ก สถานที่ตั้งควรใกล้ชุมชนไปมาสะดวก อากาศดี
แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6 
นวัตกรรมทางการคึกษาปฐมวัยของไทยเพื่อพัฒนาเด็กแบบองค์รวม
1.จงอธิบายถึงความหมายของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย
ตอบ. การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัยมีรูปแบบหลากหลาย ทั้งนี้ต่างมี จุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน คือ เพื่อพัฒนาศักยภาพให้กับเด็ก ทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และ สติปัญญา นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย ซึ่งครูปฐมวัยควรมีความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับความหมายและความ
สำคัญของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย
2. จงอธิบายถึงความสำคัญของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยที่มีต่อเด็กปฐมวัย
ตอบ เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยเป็นการนำแนวคิดและวิธีการในการจัดการศึกษาปฐมวัย เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการโดยองค์รวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ สอดคล้องกับหลักพัฒนาการและธรรมชาติของเด็กปฐมวัย
3. จงอธิบายถึงทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
ตอบ ทฤษฎีและหลักการที่ใช้กันอยู่ในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นทฤษฎีและ หลักการจากต่างประเทศ ประเทศไทยเรายังไม่มีทฤษฎีหรือหลักการในการพัฒนาเด็กที่พัฒนาขึ้นจาก ฐานข้อมูลที่มาจากเด็กไทย และบริบททางสังคมและวัฒนธรรมไทย ดังนั้นคณะกรรมการวิจัยจึงได้ พยายามศึกษาและผสมผสานความรู้ตามหลักสากลกับภูมิปัญญา วิถีชีวิตและระบบคุณค่าของสังคมไทย เข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้ได้หลักการ และรูปแบบในการพัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพ
4. จงวิเคราะห์ถึงกระบวนการพัฒนาของหลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
ตอบ อาจกล่าวได้ว่า หลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย โดยเป็นรูปแบบ ที่มุ่งพัฒนาเด็กวัย 0 – 3 ปี และ 3 – 6 ปี ผ่านทางการพัฒนาผู้ดูแลเด็กที่จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้าน รวมทั้งเสนอแนะวิธีการจัดกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่เด็กได้ลงมือปฏิบัติเป็นวิถี ชีวิต ได้เรียนรู้แบบธรรมชาติจากการปฏิสัมพันธ์กับสังคม
5. จงอธิบายถึงการนำรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย โดยครอบครัวเป็น รูปแบบที่มุ่งพัฒนาเด็กวัย 0 – 3 ปี ผ่านทางการพัฒนาพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูรูปแบบนี้ได้จัดทำสาระเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กที่จำเป็นและสอดคล้องกับหลักการที่เป็นพื้นฐาน
รูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย เป็นรูปแบบที่มุ่งพัฒนา เด็กวัย 3 – 6 ปี ผ่านทางการพัฒนาผู้ดูแลเด็ก รูปแบบนี้ได้กำหนดกิจกรรมประจำวันของเด็ก ซึ่งจัดไว้ อย่างมีหลักการและมีสัดส่วนสมดุลในเรื่องราวต่าง ๆ ที่จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านรวมทั้ง เสนอแนะวิธีการจัดกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่เด็ก ซึ่งมีทั้งการให้เด็กลงมือปฏิบัติเป็นวิถี ชีวิต ได้เรียนรู้แบบธรรมชาติจากการปฏิสัมพันธ์กับบุคคล สื่อ และสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ
6. จงอธิบายถึงหลักการของการศึกษาแนววิถีพุทธในการพัฒนาคนให้เป็นผู้รู้ที่มีความรู้
ตอบ ตามหลักพระพุทธศาสนา บุคคลแต่ละคนมีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย จักทำกรรมอันใดไว้ ดีหรือชั่ว จักเป็นผู้รับผิดชอบของกรรมนั้น หลักดังกล่าวนี้ แสดงการเรียนรู้ที่ได้ผลเกิดจากการที่ผู้สอนรู้จักผู้เรียนแต่ละคนทั้งด้านบุคลิกลักษณะ นิสัย อุปนิสัย ความรู้สึกนึกคิด ความถนัด และผู้สอนต้องมุ่งจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนให้เต็ม ตามความสามารถของเขา
7. จงอธิบายถึงหลักของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
ตอบ พระธรรมปิฏก (ป.อ.ปยุตฺโต) ได้ให้ความหมายของการศึกษาแนววิถีพุทธไว้ว่า แนววิถีพุทธ คือ พัฒนาคนให้รู้จักเป็นอยู่อย่างดี โดยสอดคล้องกับความจริงของชีวิตที่เป็นไปตามธรรมดา เราเอาความจริงของธรรมดามาใช้ประโยชน์ในการพัฒนามนุษย์ที่เราเรียกว่า การศึกษา
8. จงอธิบายถึงปัจจัยของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
ตอบ. พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต) ได้อธิบายว่า มนุษย์ด าเนินชีวิตได้ด้วยการเรียนรู้ และ การดฎเนินชีวิตของมนุษย์ประกอบด้วยพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา “… เมื่อจะพัฒนาคนก็ต้องพัฒนา 3 ด้าน พัฒนาพฤติกรรม พัฒนาจิต และพัฒนาปัญญา…” ตามหลักการเรียนรู้ที่เป็นสากล การเรียนรู้เป็นการพัฒนาพฤติกรรม ซึ่งหมายถึง การแสดงออกทางวาจา ท่าทาง และการปฏิบัติได้จริงตามจุดประสงค์ของการเรียนรู้นั้น ๆ ด้วยเหตุนี้การจัด วางแผนการเรียนการสอนในสถานศึกษาแต่ละระดับจึงเป็นการตั้งจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม มีการ พัฒนาพฤติกรรมของผู้เรียน เช่น พฤติกรรมการอ่าน การเขียน การทฎงานกลุ่ม การแก้ปัญหา เป็นต้น
9. จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบจิตปัญญา
ตอบ. การสร้างผู้เรียนให้เรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตามแนวคิดของจิตปัญญานั้นมีการเน้น จิตใจและความงอกงามทางปัญญาของผู้เรียน การสอนที่มีประสิทธิภาพคือ การให้ผู้เรียนได้รับความรู้ อย่างมีความสุข เกิดความงอกงามทางปัญญา ต้องการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สามารถคิดค้นพัฒนาตนและสิ่งที่ตนรับผิดชอบอย่างมีคุณภาพได้ กุลยา ตันติผลาชีวะได้กล่าวถึงการเรียน การสอนที่บรรลุเป้าหมายต้องเป็นการสอนที่ทำให้เกิดสิ่งต่าง ๆ ดังนี้
ผู้เรียนจำเนื้อหาได้
ผู้เรียนผ่อนคลายขณะเรียน
ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนด้วยการปฏิบัติการทางการคิด
ผู้เรียนค้นพบความรู้ด้วยตนเองและรู้ถึงความก้าวหน้าของตนจากกิจกรมการเรียน การสอน
10. จงเปรียบเทียบแนวคิดของรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยกับแนวคิดการสอนแบบจิตปัญญา มีความแตกต่างกันหรือความเหมือนกันอย่างไร
ตอบ. มีความเหมือนกันเพราะ หลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย และการสอนแบบจิตปัญญาจะมุ่งเน้นการสอนด้วยการให้เด็กลงมือปฏิบัติการและคิดด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่จากกิจกรรมนั้นๆและยังเกิดการปฏิสัมพันธ์กับคนในสังคมด้วย
แบบฝึกหัดท้ายทบที่ 7 
นวัตกรรมการศึกษาปฐมวัยของต่างประเทศ
นวัตกรรมการศึกษาปฐมวัยของต่างประเทศ
1.จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบมอนเตสซอรี
ตอบ การจัดการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่เป็นการจัดสภาพการเรียนรู้สำหรับเด็ก โดยมีครูเป็นผู้จัดสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนให้เหมือนบ้าน และเป็นผู้ให้การสนับสนุน ให้เสรีภาพแก่เด็ก ให้คำปรึกษาและกระตุ้นให้เด็กคิดแก้ปัญหาด้วยตนเอง ให้ใช้จิตใจซึมซับสิ่งแวดล้อม โดยครูคำนึง ถึงความสนใจ ความต้องการและความมุ่งมั่นในการเรียนรู้ของเด็กและยึดหลักความแตกต่างระหว่างบุคคลด้วย การจัดการสอนแบบมอนเตสซอรี่จะคำนึงถึงเด็กเป็นสำคัญ ส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างอิสระ จัดสิ่งแวดล้อมและอุปกรณ์ให้เด็กได้ฝึกทักษะกลไกผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า รู้จักควบคุมการทำงานด้วยตัวเอง เพราะมอนเตสซอรี่เชื่อว่า เด็กคือ ผู้รู้ความต้องการของตนเองและมีความสามารถที่จะซึมซับการเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมได้ หลักสูตรของมอนเตสซอรี่สำหรับเด็กวัย 3-6 ขวบ ครอบคลุมการศึกษา 3 ด้านคือ1. ด้านทักษะกลไก เด็กจะทำกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวเบื้องต้นของชีวิตประจำวัน การดูแลตนเอง การจัดการเกี่ยวกับของใช้ในบ้าน เช่น การตักน้ำ การตวงข้าว การขัดโต๊ะไม้ การเย็บปักร้อย การรูดซิป การพับและเก็บผ้าห่ม หรือมารยาทในการรับประทานอาหารเป็นต้น
2.ด้านประสาทสัมผัส มีจุดประสงค์เพื่อฝึกการสังเกต การใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าเกี่ยวกับมิติ รูปทรง ปริมาตรของแข็ง
3.ด้านการเขียนและคณิตศาสตร์ หรือกลุ่มวิชา การ มีจุดประสงค์เพื่อเตรียมเด็กเข้าสู่ระดับประถมศึกษา การประสมคำ คณิตศาสตร์ การศึกษาทางพฤกษศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การประพันธ์เพลง การเคลื่อนไหวมือ เด็กจะเรียนเกี่ยวกับตัวเลข
2.จงอธิบายถึงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่
ตอบ วิถีทางของการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่นั้น เป็นหลักการที่คำนึงถึงเด็ก ความต้องการของเด็กในการเรียน ได้มีการตระเตรียมสิ่งแวดล้อมให้เด็กได้ทำงานด้วยตนเอง สิ่งแวดล้อม และเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ นั้น ได้จัดระบบไว้เพื่อให้เด็กได้พัฒนาตนเอง โปรแกรมจัดเอาไว้ให้เด็กได้เป็นผู้เรียนที่มีอิสระ การควบคุมความผิดพลาดในการทำงานก็ด้วยการใช้วัสดุเหล่านั้นเอง และสิ่งแวดล้อมที่จัดเอาไว้ให้นี้เองเป็นตัวที่ทำให้เด็กมีอิสระหลักสูตรพื้นฐานสำหรับเด็กอายุ 3 ถึง 6 ขวบ แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่:การศึกษาทางด้านทักษะกลไก การศึกษาทางด้านประสาทสัมผัส และการตระเตรียมสำหรับการเขียนและคณิตศาสตร์
3.จงอธิบายถึงแนวคิดในการสอนแบบธรรมชาติ
ตอบ การจัดประสอบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นภาษาแบบองค์รวม มีพื้นฐานหรือแนวคิดอยู่บนความเชื่อว่า
1.การเรียนรู้คือประสบการณ์ชีวิตทุกๆด้าน
2.การเรียนรู้ภาษาได้นั้นขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของการใช้ภาษา
3.ทักาะทั้ง4ด้าน มีความสัมพันธ์เชื่อมโยง
4.อัตราและวิธีการเรียนรู้ของแต่ละบุคคล
4.จงอธิบายแนวการจัดกิจกรรมการสอนภาษาแบบธรรมชาติ
ตอบ การจัดเรียนรุ้ที่เน้นภาษาแบบองค์รวม เป็นการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กที่เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน
5.จงอธิบายถึงแนวคิดของการสอนแบบเรกจิโอ เอมีเลีย
ตอบ การศึกษาแบบเรกจิโอ เอมิเลีย มีหลักคิดสำคัญคือ การเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์และบริบทที่เด็กอยู่เป็นตัวกำหนด ซึ่งหมายความว่าชุมชน สภาพแวดล้อมที่อยู่โดยรอบจะเป็นตัวกำหนดและมีผลต่อการเรียนรู้ของเด็ก เช่น อาคารสถานที่ วิถีชีวิต วัฒนธรรม พ่อแม่ เพื่อน หรือแม้แต่สัตว์ ก็เป็นสภาพแวดล้อมที่สำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็ก
6.จึงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนของเรกจิโอ เอมีเรีย
ตอบ การเรียนการสอนแบบเรกจิโอเอมิเลีย มาจากความต้องการปลูกฝังศิลปะและวัฒนธรรมของอิตาลีโดยให้เด็กได้รับความรัก รู้จักสิ่งที่ดี มีศิลปะสุนทรีสอดคล้องกับความต้องการของเด็กเป็นรายบุคคล โดยครูและผู้ปกครองต้องอุทิศแรงกาย และแรงใจเพื่อสนับสนุนเด็กให้เด็กเห็นคุณค่าของศิลปะที่ปรากฏจากการเรียน ซึ่งเด็กปฐมวัยสามารถทำได้ เพราะเด็กมีความสามารถและมีศักยภาพพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการจัดสภาพการเรียนการสอนของครูและการสนับสนุนของผู้ใหญ่ องค์ประกอบพื้นฐานในการเรียนการสอนที่สำคัญมี 4 ประการ คือ
1. โครงการที่เด็กต้องการเรียนรู้
2. ศิลปะสร้างสรรค์ที่เด็กใช้ภาษาสื่อการเรียนรู้
3. การจัดสิ่งแวดล้อมสนับสนุนการเรียนรู้ที่งดงาม
4. การยอมรับอย่างสอดประสานระหว่างเด็กครูและผู้ปกครอง
7.จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอบแบบไฮ/สโคป
ตอบ การเรียนการสอนแบบไฮ/สโคป เป็นการสร้างองค์ความรู้จากการที่เด็กได้ลงมือจัดกระทำกับอุปกรณ์ หรือสิ่งแวดล้อมซึ่งถือเป็นประสบการณ์ตรง โดยที่ครูจะเป็นคนเตรียมอุปกรณ์ให้กับเด็กและกระตุ้นให้เด็กพัฒนาและดำเนินกิจกรรม โดยใช้หลักปฏิบัติ 3 ประการ คือ
1. การวางแผน เป็นการกำหนดแนวทางการปฏิบัติหรือดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมาย มีการสนทนาระหว่างครับเด็ก ว่าจะทำอะไร อย่างไร การวางแผนกิจกรรมอาจจะใช้แสดงด้วยภาพหรือสัญลักษณ์ประจำตัวเด็ก เป็นกระบวนการที่เด็กมีโอกาสเลือก และตัดสินใจ
2. การปฏิบัติ คือการลงมือกระทำตามแผนที่วางไว้ เป็นส่วนที่เด็กได้ร่วมกันคิด แก้ปัญหา ตัดสินใจและทำด้วยตนเอง เป็นส่วนที่เด็กได้มีการพัฒนาการพูดและปฏิสัมพัธ์ทางสังคมสูง
3. การทบทวน เป็นช่วงที่ได้งานตามจุดประสงค์ ช่วงนี้จะมีการอภิปรายและเล่าถึงผลงานที่เด็กทำเพื่อทบทวนว่า เด็กสามารถปฏิบัติตามแผนที่วางไว้หรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงแผนอย่างไร
8.จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอบแบบโครงการ
ตอบ การสอนแบบโครงการ เป็นการศึกษาอย่างลงลึกในหัวเรื่องใดหัวเรื่องหนึ่ง โดยเด็กเป็นรายบุคคล เป็นกลุ่ม หรือทั้งชั้นเรียน เป็นวิธีสอนที่เหมาะสำหรับเด็กทั้งในระยะปฐมวัยจนกระทั่งชั้นประถมศึกษา การสอนแบบโครงการเป็นวิธีที่มีโครงสร้างที่ซับซ้อน แต่ก็มีความยืดหยุ่น ครูที่ใช้การสอนแบบนี้ได้อย่างเหมาะสม เด็กจะมีแรงจูงใจ และมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างกระตือรือร้น
9.จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ
ตอบ เป็นแนวการศึกษาที่บูรณาการวิชาการไปกับกิจกรรรมต่างๆ โดยมีครูคอยดูแลและอำนวยความสะดวก เน้นการจัดบรรยากาศในการเรียนการสอนที่เน้นความงดงามของธรรมชาติทั้งในกลางแจ้งและในห้องเรียน โดยเชื่อว่าช่วยให้เกิดการเรียนรู้ที่ดี เพื่อพัฒนาให้เด็กเป็นมนุษย์ที่มีบุคลิกภาพที่สมดุลกลมกลืนไปกับโลกและสิ่งแวดล้อม และได้ใช้พลังงานทุกด้านอย่างพอเหมาะ
10.จงเลือกและอธิบายถึงแนวคิดการสอนที่คิดว่าดีที่สุด และเหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กปฐมวัยพร้อมใช้เหตุผล
ตอบ การเรียนการสอบแบบวอลดอร์ฟที่มีการเรียนการสนโดยจะมีครุอำนวยความสะดวก แต่จะจัดบรรยากาศของห้องเรียนที่เน้นความเป็นธรรมชาติ ที่เลือกการเรียนการสอบวอลดอร์ฟ เพราะเด็กจะได้อยุ่กับธรรมชาติที่บริสุทธิ์ได้รับรู้เรื่องราวโลกความเป็นจริง
แบบฝึกหัดท้ายทบที่ 8
สภาพปัญหา เเละเเนวโน้มการจัดการศึกษาปฐมวัย
1. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน
ตอบ 1. การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตรระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน
2. การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมายรูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษาโดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม
3. การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อมสื่อ หรือแหล่งความรู้อื่น ๆ
2. จงวิเคราะห์และสรุปถึงสภาพปัญหาของการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ ประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาการจัดการศึกษา และการเลี้ยงดูเด็กทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ทั้งนี้อาจมีสาเหตุเนื่องจากการให้บริการแก่เด็กปฐมวัย ในประเทศไทยในปัจจุบันยังขาดทิศทาง และความเป็น เอกภาพ ไม่มีนโยบายเด็กปฐมวัยที่ชัดเจนจากรัฐบาล รวมตลอดถึงไม่มีการกำหนดหลักการและมาตรฐานการดูแลเด็กระดับชาติเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ
3. จงอธิบายถึงแนวโน้มของการจัดการศึกษาปฐมวัยในเรื่องการให้บริการแก่เด็กอายุ 3 – 5 ปี
ตอบ 1. การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสไดรับบริการอย่างทั่วถึง
2. พัฒนาสุขภาพและสมองของเด็ก การจะเพิ่มประสิทธิภาพทางการศึกษาจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์ โดยการให้ความรู้แก่ผู้ใหญ่โดยเฉพาะคู่สมรสและคนหนุ่มสาวในเรื่องการวางแผนครอบครัว
3. ให้ความสำคัญกับคุณภาพของครูและพี่เลี้ยงเด็กที่มีความรู้ความเข้าใจและความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อฝึกฝนให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ
4. ส่งเส ริมให้มีการทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และวิธีการสอนที่เหมาะสมสำหรับเด็ก
5. ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในรูปของการจัดตั้งคณะกรรมการโรงเรียนที่มีผู้ปกครองและสมาชิกชุมชนร่วมเป็นกรรมการด้วย
6. รัฐควรมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือแก่แม่ที่มีปัญหาพิเศษบางกลุ่ม
7. รัฐควรมีมาตรการคุ้มครองเด็กที่มีปัญหา อาทิ เด็กถูกทารุณกรรม โดยจัดหา องค์กรกลุ่มบุคคล หรือครอบครัวที่มีความพร้อมในการให้ความอนุเคราะห์
8. ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้จากระบบสื่อสารให้มากขึ้น
9.พ่อแม่ควรจะได้เรียนรู้วิธีการใช้เวลาอยู่กับลูกอย่างมีคุณภาพรวมถึงการให้การศึกษาแก่ผู้สูงอายุในการเลี้ยงดูเด็ก
4. จงอธิบายถึงแนวโน้มในการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ รับผิดชอบประสานงานให้ความช่วยเหลือและแนะนำทางวิชาการด้านการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองโดยเฉพาะในรูปแบบของการศึกษานอกระบบโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างกว้างขวางและทั่วถึง โดยผ่านทางสื่อมวลชน สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อพื้นบ้านต่าง ๆ
5. จงอธิบายถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาด้านปฐมวัย
ตอบ 1. มีการยอมรับความสำคัญของปฐมวัยในรูปของการกระทำมากยิ่งขึ้น จากความเชื่อเดิมที่ว่า เด็กบางคน “ยังเด็กเกินไปที่จะเรียน”
2. มีการยอมรับว่า การเตรียมความพร้อมที่ดีสำหรับเด็กในปฐมวัยมีส่วนช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม และประสบความสำเร็จในชีวิตมากขึ้น การจัดเตรียมความพร้อมของเด็กอย่างมีระบบในรูปของสถานศึกษาปฐมวัย จึงมีความจำเป็นเพื่อช่วยพ่อแม่อีกแรงหนึ่ง
3. พ่อแม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีแหล่งในการเตรียมความพร้อมของเด็กที่มิใช่สถานที่สอนให้เด็กปฐมวัยต้องมาอ่าน เขียน หรือคำนวณ
4. โดยที่ลักษณะของครอบครัวไทย เริ่มเปลี่ยนจากครอบครัวขยายมาเป็นครอบครัวเดี่ยวที่มีแต่พ่อแม่ลูก เมื่อพ่อและแม่ออกจากบ้านไปทำงานทั้งคู่ หากมีเด็กในวัยปฐมวัยก็จำเป็นต้องหาที่เลี้ยงดูเด็กให้บุตรของตน
5. ในส่วนที่เกี่ยวกับองค์การของรัฐและเอกชน หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐได้ให้ความสนใจงานพัฒนาเด็กปฐมวัยมากขึ้น
6. ผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัยได้กำหนดไว้เด่นชัดถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ บทบาทพ่อแม่ในครอบครัวและสมาชิก ชุมชน การเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน และการใช้เทคโนโลยีการศึกษามีส่วนกระตุ้นให้องค์การของรัฐกำหนดเป็นนโยบายในการให้การศึกษาปฐมวัย
6. จงอธิบายถึงแนวโน้มของนโยบายของรัฐในการจัดการศึกษาปฐมวัยของไทย
ตอบ 1. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะต้องระบุแผนพัฒนาประชากรตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี ให้ชัดเจน
2. จะไม่ขยายการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาภาคบังคับ เพราะต้องใช้งบประมาณสูงมาก และเนื่องจากประชาชนเห็นความสำคัญของการศึกษาในระดับนี้ จึงส่งบุตรหลานเข้ารับบริการเองด้วยความสมัครใจ
7. จงอธิบายถึงโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้ คำแนะนำ และความช่วยเหลือทางวิชาการจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กวัย 0 – 6 ปีอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ
8. จงอธิบายถึงโครงการความร่วมมือขององค์กรต่าง ๆ ในชุมชนในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การให้องค์กรต่าง ๆ ในชุมชนทั้งภาครัฐและเอกชนมี ส่วนช่วยเหลือและร่วมมือกันในการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมทั้งร่วมมือกันในการให้บริการและการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย จึงควรมีการผลักดันให้องค์กรของรัฐที่มีอยู่ในชุมชนได้แก่ โรงเรียนอนุบาล สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย สถานีอนามัย โรงพยาบาล สาธารณสุขจังหวัด พัฒนาชุมชน และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน และองค์กรเอกชนอื่น ๆ เช่น ชมรมแม่บ้าน ชมรมครูและผู้ปกครองของโรงเรียนและกลุ่มอาสาสมัครต่างๆมีส่วน ช่วยเหลือและร่วมมือในการให้บริการการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองให้มีความรู้เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย และการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
9. จงอธิบายถึงโครงการเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองในการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้ คำแนะนำ และความช่วยเหลือโดยการรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นชมรม และเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองเพื่อร่วมมือกันในการพัฒนาเด็กปฐมวัย มีรูปแบบตั้งแต่การรวมกลุ่มกันในโรงเรียนในบทบาทการเป็นคณะกรรมการโรงเรียนการรวมกลุ่มกันเป็น “ชมรมพ่อแม่ ผู้ปกครอง"
10. แนวโน้มของการศึกษาปฐมวัยของไทย ตามความคิดเห็นของนักศึกษา เป็นอย่างไร
จงอธิบาย
ตอบ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาควรเห็นความสำคัญของการศึกษาปฐมวัยเนื่องจากเพื่อเป็นการพัฒนาเด็กอย่างมีคุณภาพ เพราะในวัยนี้เป็นช่วงวัยที่สำคัญและมีการพัฒนาการมากที่สุดในช่วงชีวิต ไม่ควรที่จะละเลยความสำคัญของเด็กปฐมวัย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น